Facebook Twitter Google plus Line
คันช่องคลอด ภัยใกล้ตัวผู้หญิง อย่าปล่อยไว้ เกิดขึ้นได้ทุกคน
Post by : monnyboy   Date : 08 ต.ค. 62 19:10   Views : 1,713
Facebook Twitter Google plus Line
คันช่องคลอด ภัยใกล้ตัวผู้หญิง อย่าปล่อยไว้ เกิดขึ้นได้ทุกคน
อาการคันของโรคไม่ใช่แค่คันแบบปกติทั่วไปแต่ส่งผลเสียกับบุคลิกภาพถ้าต้อง“หยุกหยิก”ตลอดเวลาหรือเกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์จะทำให้หมดความมั่นใจทั้งๆที่ถ้าเริ่มเป็นไม่นานและรักษาอย่างใส่ใจจะยุติปัญหาได้อย่างรวดเร็ว






อาการคันช่องคลอด
คันช่องคลอดสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุนับตั้งแต่การแพ้การแพ้นั้นอาจจะเกิดได้จากการสัมผัสกับกางเกงในการสัมผัสกับผ้าอนามัยบางยี่ห้อหรือการที่มีการอับชื้นมากๆก็สามารถทำให้เกิดผื่นคันขึ้นได้หรือบางคนนุ่งกางเกงแน่นมากเกินไปก็อาจทำให้เกิดอาการคันขึ้นได้การคันจากสาเหตุนี้มักคันบริเวณปากช่องคลอด

สาเหตุที่พบบ่อยมากที่สุด
ก่อให้เกิดการคันก็คือเชื้อราโดยเฉพาะในคนที่มีรูปร่างอ้วนและในคนที่เป็นเบาหวานการที่เป็นเชื้อรานั้นนอกจากทำให้เกิดผื่นและคันแล้วหากมีการเกาจนเกิดรอยแผลก็อาจจะมีการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำเติมได้การติดเชื้อราบริเวณขาหนีบมักจะมีรอยแดงและถลอกเป็นสะเก็ดให้เห็นส่วนการติดเชื้อภายในช่องคลอดมักมีตกขาวสีขาวเป็นก้อนเหมือนนมแห้งการรักษาบางครั้งอาจต้องให้การรักษาสามีร่วมด้วยการติดเชื้อรานี้สามารถเป็นซ้ำได้และสามารถเกิดได้กับทุกคนหากมีการอับชื้นหรืออุณหภูมิที่พอเหมาะ





นอกจากนั้นหลายคนอาจไม่รู้เลยว่า“กางเกงคับๆ”ที่ผู้หญิงใส่แทบทุกวันเพื่ออวดขาเรียวงามก็เป็นสาเหตุที่เร่งให้เชื้อราเพิ่มจำนวนขึ้นเพราะกางเกงรัดรูปแน่นเป็นอุปสรรคในการระบายอากาศยิ่งร้อนปะปนฝนในตอนนี้
ก็ทำให้ต้องใส่กางเกงอับชื้นเป็นเวลานานขึ้นอีก

อีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดการคันอย่างสาหัสสากรรจ์ก็คือการติดเชื้อพยาธิหนวด(ทริโคโมแนส)การติดเชื้อนี้ในผู้ชายมักไม่มีอาการแต่ในผู้หญิงจะมีตกขาวสีเหลืองเป็นฟองอาจมีกลิ่นเหม็นและมีอาการคันที่รุนแรงมากส่วนอาการคันในช่องคลอดบางครั้งในเด็กเล็กๆอาจเกิดจากการติดพยาธิเข็มหมุดก็ได้หากรักษาสาเหตุอื่นแล้วไม่ได้ผลควรให้การรักษาภาวะนี้ร่วมด้วย





อาการคันที่บริเวณช่องคลอดด้านในหรือด้านนอก
ส่วนมากแล้วไม่พบว่ามีสาเหตุที่ร้ายแรงแต่มักมีอาการที่รุนแรงและก่อความรำคาญให้กับผู้มีอาการเท่านั้นสำหรับคนที่มีความเขินอายหมอหากมีอาการคันแล้วสามารถซื้อยามาทาหรือมาสอดเองก่อนได้หากทาหรือสอดแล้วไม่หายอาจรักษาไม่ถูกสาเหตุแต่หากทาแล้วยิ่งมีอาการมากขึ้นควรปรึกษาแพทย์เพราะอาจจะแพ้ยาที่ทาได้

การไปพบแพทย์หากเราไม่ต้องการตรวจภายในก็สามารถปฏิเสธการตรวจได้หรือสอบถามว่ามีหมอผู้หญิงหรือเปล่าหากมันไม่หายจริงๆก็อาจต้องตรวจหาสาเหตุต่อไปเพราะอาการคันนั้นส่วนมากแล้วรอไม่ได้นาน

 

ขอบขอบคุณข้อมูลจาก:health.campus-star.com
แสดงความคิดเห็น
ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ข่าวล่าสุด