Facebook Twitter Google plus Line
วัยรุ่นควรรู้! โรคซิฟิลิส กลับมาระบาดอีกครั้ง – สาเหตุและวิธีป้องกัน
Post by : monnyboy   Date : 03 ต.ค. 62 19:10   Views : 3,291
Facebook Twitter Google plus Line
วัยรุ่นควรรู้! โรคซิฟิลิส กลับมาระบาดอีกครั้ง – สาเหตุและวิธีป้องกัน
โรคซิฟิลิสโรคติดต่อกันทางเพศสัมพันธ์หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าสาเหตุนั้นเกิดจากอะไรมีวิธีการป้องกันได้อย่างไรบ้างยิ่งในตอนนี้มีรายงานข่าวว่ากำลังกลับมาระบาดหนักมากอีกครั้งในกลุ่มวัยรุ่นในบทความนี้เราขอนำเกร็ดความรู้และวิธีการป้องกันมาให้อ่านเพื่อให้ทุกคนได้ป้องกันตัวเองให้ห่างไกลจากโรคนี้




โรคซิฟิลิสเกิดจากอะไร?
โดยในปี2561พบว่าผู้ป่วยโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์มากที่สุดอยู่ในช่วงอายุ15-24ปีซึ่งเป็นกลุ่มวัยรุ่นวัยเรียนและวัยเจริญพันธุ์คิดเป็นร้อยละ36.9ของผู้ป่วยทั้งหมดตอนนี้ถือว่าเป็นโรคที่กำลังระบาดหนักในกลุ่มวัยรุ่นถือเป็นเรื่องที่ทุกคนควรรู้นะคะเพื่อป้องกันให้ห่างไกลจากโรคนี้

อย่ามักง่ายไม่งั้นโรคซิฟิลิสจะถามหา
โรคซิฟิลิสเป็นโรคที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่ชื่อว่าTreponemaPallidumซึ่งเชื้อนี้จะไม่แสดงอาการออกมาแต่มันสามารถแพร่เชื้อได้และเป็นเรื้อรังได้นานกว่า2ปีเลยทีเดียวแถมเมื่อเป็นแล้วยังสามารถเป็นซ้ำได้อีกต่างหาก

วัยรุ่นควรรู้!โรคซิฟิลิสกลับมาระบาดอีกครั้ง-สาเหตุและวิธีป้องกัน

โรคซิฟิลิสติดต่อกันได้ยังไง
ทางเพศสัมพันธ์
สัมผัสแผลที่มีเชื้อผ่านผิวหนังเยื่อบุตาปาก
จากแม่สู่ลูก





อาการของโรคซิฟิลิส
ส่วนใหญ่โรคนี้มักพบในผู้ชายซึ่งผู้ป่วยโรคซิฟิลิสจะมีอาการหลายแบบขึ้นอยู่กับระยะของโรคซึ่งจะแบ่งได้ออกเป็น4ระยะดังนี้

ระยะแรกPrimarySyphilisเมื่อเชื้อซิฟิลิสเข้าสู่ร่างกายแล้วหลังจากนั้นซัก10-90วันจะเกิดตุ่มแตกแตกออกเป็นแผลที่อวัยวะเพศซึ่งจะเป็นแผลอยู่1-5สัปดาห์แล้วก็จะหายไปเองแต่ถึงแม้แผลจะหายแล้วเชื้อซิฟิลิสก็จะอยู่ในเลือด

ระยะที่สองSecondarySyphilis6-8สัปดาห์ต่อไปผู้ป่วยจะมีอาการปวกศรีษะเป็นไข้ปวดเมื่อยตามข้อและอาการที่สำคัญคือผมร่วงเป็นหย่อมๆมีผื่นสีน้ำตาลขึ้นที่ฝ่ามือและฝ่าเท้าหรืออาจจะทั่วตัวเลยแต่ไม่มีอาการคันนะรวมทั้งอาจจะพบผื่นสีเทาในปากคอปากมดลูกและอาจจะพบหูดในบริเวณจุดอับชื้นของร่างกายเช่นรักแร้ทวารหนักขาหนีบอาการในระยะนี้จะอยู่ประมาณ1-3เดือนและก็จะหายไปและกลับมาใหม่

ระยะที่สามLatentStageหรือระยะแฝงระยะนี้จะกินเวลาหลายปีเลยทีเดียวโดยอาการจะมีแค่อาการของระยะที่สองถ้าไม่ไปตรวจผู้ป่วยจะไม่รู้เลยว่าตัวเองเป็นโรคซิฟิลิสและถ้าหากผู้หญิงที่ได้รับเชื้อเข้าไปแล้วอยู่ในระยะที่สามตั้งท้องลูกก้จะติดเชื้อไปด้วย

ระยะที่สี่LateStageระยะนี้จะกินเวลาถึง2-30ปีโดยเชื้อจะเข้าไปทำลายอวัยวะภายในต่างๆทำให้เกิดอาการผิดปกติต่อระบบต่างๆทั้งระบบหัวใจระบบประสาทซึ่งอาจจะทำให้ตาบอดหูหนวกหรือกระดูกหักได้ถ้ารักษาไม่ทันก็จะทำให้อวัยวะนั้นไม่สามารถกลับเป็นปกติได้ส่วนเด้กในท้องถ้าได้รับเชื้อมาจากแม่เด้กก็จะพิการเสียชีวิตในท้องหรือไม่ก้เสียชีวิตหลังคลอด





วัยรุ่นควรรู้!โรคซิฟิลิสกลับมาระบาดอีกครั้ง-สาเหตุและวิธีป้องกัน

จะรู้ได้ไงว่าเป็นโรคซิฟิลิส
ต้องนำน้ำเหลืองจากแผลหรือผื่นที่อยู่บนตัวผู้ป่วยไปตรวจหหรือไม่ก็ต้องเจาะเลือดเพื่อหาเชื้อซิฟิลิส

โรคซิฟิลิสรักษายังไง
หากคุณไปพบแพทย์แล้วตรวจพบว่าตัวเองเป็นโรคซิฟิลิสขั้นต้นนั้นก็ค่อยเบาใจหน่อยเพราะขั้นแรกยังสามารถรักษาให้หายขาดได้โดยหมอจะให้ยาปฏิชีวนะเพนนิซิลินเป็นเวลา1-3สัปดาห์ถึงแม้ว่าจะรักษาแล้วแต่ผุ้ป่วยก็ควรกลับมาตรวจอีกครั้งทุกๆ3เดือนจนครบ3ปีเพราะเชื้ออาจจะหลบในอยู่และในระหว่างนี้ผู้ป่วยควรทำตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งคัด

วิธีป้องกันโรคซิฟิลิส
  • หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์
  • ไม่สำส่อนทางเพศ
  • สวมถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์
  • วัยรุ่นควรรู้!โรคซิฟิลิสกลับมาระบาดอีกครั้ง-สาเหตุและวิธีป้องกัน

ทนพ.ญ.กัญจนาสาเอี่ยมผู้อำนวยการห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์ทางการแพทย์บริษัทเนชั่นแนลเฮลท์แคร์ซิสเท็มส์(NHealth)กล่าวว่าการป้องกันโรคซิฟิลิสเบื้องต้นสามารถทำได้โดยการตรวจเลือดเพื่อวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการซึ่งมีหลากหลายวิธี





แต่ที่นิยมปฏิบัติพอจะแบ่งได้เป็น2กลุ่มคือ
1.การตรวจชนิดไม่เฉพาะเจาะจงต่อโรคซิฟิลิส

2.การตรวจชนิดเฉพาะเจาะจงต่อโรคซิฟิลิส

สำหรับการตรวจชนิดไม่เฉพาะเจาะจงต่อโรคซิฟิลิสนิยมใช้เป็นการตรวจคัดกรองเบื้องต้นโดยวิธีการตรวจที่เรียกว่าRPR 

ส่วนการตรวจชนิดเฉพาะเจาะจงต่อโรคซิฟิลิสเป็นการตรวจซึ่งมีความแม่นยำสูงเฉพาะสำหรับโรคซิฟิลิสเท่านั้นการตรวจดังกล่าวนี้จะมีขั้นตอนที่ยุ่งยากและต้องอาศัยความชำนาญมากกว่าในกลุ่มแรกมาก

แต่ก็มีประโยชน์มากในการยืนยันการวินิจฉัยโรคซิฟิลิส
ในกรณีที่อาการแสดงของโรคไม่ชัดเจนเช่นโรคซิฟิลิสในระยะแฝงโรคซิฟิลิสของหัวใจโรคซิฟิลิสระบบประสาทและโรคซิฟิลิสแต่กำเนิดเป็นต้นการตรวจในกลุ่มนี้ได้แก่การตรวจวิธีFTA-ABS

ทั้งนี้ในปัจจุบันได้มีการพัฒนาการทดสอบด้วยเครื่องวิเคราะห์อัตโนมัติเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยแพทย์วินิจฉัยโรคได้มีความไวและแม่นยำต่อโรคซิฟิลิสคือการตรวจSyphilisAb

การทดสอบทางห้องปฏิบัติการนั้นช่วยวินิจฉัยโรคซิฟิลิสเบื้องต้นเท่านั้น
หากพบการตรวจว่าติดเชื้อไม่ว่าจะเป็นการตรวจด้วยวิธีไหนควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อที่จะได้รักษาให้หายขาดและติดตามการรักษาโรคได้ทันท่วงทีทั้งนี้วิธีการป้องกันที่ดีที่สุดคือการป้องกันด้วยการสวมถุงยางอนามัยทุกครั้งเมื่อจะมีเพศสัมพันธ์และไม่ควรเปลี่ยนคู่นอนบ่อยโดยNHealthเปิดให้บริการตรวจคัดกรองและวินิจฉัยการติดโรคซิฟิลิส



ขอบขอบคุณข้อมูลจาก:/health.campus-star.
แสดงความคิดเห็น
ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ข่าวล่าสุด