Facebook Twitter Google plus Line
4 ข้อคิดชีวิตคู่ก่อนแต่งงาน จากหนังดัง Fifty Shades ความรักไม่ใช่แค่เรื่องบนเตียง
Post by : monnyboy   Date : 10 พ.ค. 62 18:05   Views : 2,236
Facebook Twitter Google plus Line
4 ข้อคิดชีวิตคู่ก่อนแต่งงาน จากหนังดัง Fifty Shades ความรักไม่ใช่แค่เรื่องบนเตียง
ถึงหนังรักโรแมนติกติดเรทอย่างเรื่องFiftyShadesจะถูกวิพากวิจารณ์และถูกแบนในหลายๆประเทศเพราะเนื้อหาที่แรงจนบทภาพยนตร์ถูกหั่นแหลกแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าFiftyShadesเป็นภาพยนตร์เอาใจแม่บ้านกระแสดีอีกเรื่องหนึ่งที่ทำรายได้ถล่มทลายกลายเป็นภาพยนตร์สุดฮิตที่ทำให้นักแสดงนำและผู้กำกับต่างเป็นที่รู้จักของคนดูทั่วโลก

โดยภาคล่าสุดในตอนที่ชื่อว่าFiftyShadesFreedที่มีกำหนดฉายในวันที่8ก.พ.นี้จะเป็นจุดไคลแม็กซ์ครั้งสุดท้ายของคริสเตียนเกรย์และแอนัสเตเชียหลังจากที่ทั้งคู่แต่งงานและไปฮันนีมูนกันซึ่งเราไม่สามารถบอกได้ว่าตอนจบจะเป็นอย่างไรนอกจากแฟนหนังจะไปดูให้เห็นกับตาด้วยตนเอง

แต่ที่Happywedding.Lifeเราบอกได้ก็คือFiftyShadesตลอดทั้ง3ภาคที่ผ่านมานั้นความรักระหว่างมิสเตอร์เกรย์และแอนัสเตเชียไม่ได้จะมีแค่เรื่องบนเตียงเพียงอย่างเดียวแต่ยังมีข้อคิดในการใช้ชีวิตคู่ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากกับการใช้ชีวิตหลังแต่งงานของคู่รักทุกคู่ด้วยเช่นกันมาดูว่าสาวเรียบร้อยทำไมถึงเอาพ่อหนุ่มสุดฮอตอย่างมิสเตอร์เกรย์อยู่หมัดหลังแต่งงานสามียังไม่กล้าเจ้าชู้อีกด้วยล่ะอุ๊ป!แอบสปอยล์เบาๆ  

1.ความรักกับเรื่องบนเตียงต้องไปด้วยกันได้

ความรักกับเซ็กส์เป็นความสัมพันธ์ที่ต้องไปด้วยกันหรือจะพูดง่ายๆก็คือไม่ว่ารักแค่ไหนยังไงเรื่องเซ็กส์ก็ต้องไปด้วยกันได้การปรับจูนเรื่องเซ็กส์ของคู่แต่งงานใหม่จึงเป็นสิ่งสำคัญมีคู่รักมากมายที่เลิกกันเพราะเซ็กส์ที่เข้ากันไม่ได้แม้แต่ความรักของมิสเตอร์เกรย์กับแอนัสเตเชียเองก็มีปัญหาเรื่องเซ็กส์เช่นกัน

ในเรื่องFiftyShadesofGreyมิสเตอร์เกรย์กับแอนัสเตเชียต่างก็มีความชอบเรื่องบนเตียงแตกต่างกันมิสเตอร์เกรย์ชอบเพศสัมพันธ์แบบซาดิสต์ขณะที่แอนัสเตเชียไม่เข้าใจกับเพศสัมพันธ์ที่ต้องการให้อีกฝ่ายเจ็บปวดจึงทำให้เธอเว้นระยะห่างจากความสัมพันธ์ที่ไม่ปกตินี้ก่อนที่แอนัสเตเชียและมิสเตอร์เกย์จะเปิดใจยอมรับเซ็กส์ในแบบของกันและกัน(มิสเตอร์เกรย์ยอมมีเซ็กส์‘วนิลา’แบบธรรมดาตามที่แอนัสเตเชียต้องการ)  


2.ถึงจะเป็นผู้หญิงเรียบร้อยก็ต้องรู้จักอ่อยสามีรู้จักที่จะรุกและรับอย่างพอดี 

มีผู้หญิงมากมายเขินอายกับเซ็กส์นอกสถานที่กับสามีไม่กล้าที่จะเริ่มก่อนเพราะค่านิยมของไทยคือผู้หญิงต้องสงวนท่าทีซึ่งในยุดสมัยนี้ถ้ามัวแต่รอให้ผู้ชายเป็นฝ่ายรุกเรียบร้อยดั่งผ้าพับไว้อาจจะได้อยู่แต่บนหิ้งจนทำให้ชีวิตรักและเรื่องบนเตียงกลายเป็นความจืดชืดที่ไม่เร้าใจเหมือนใหม่ๆแล้วก็ได้

ฉะนั้นสาวๆทั้งหลายจึงต้องจำไว้ว่า"การเป็นเฟมินิสต์ไม่ได้หมายความว่าคุณจะต้องอยู่เหนือผู้ชายเสมอไปมันไม่ได้หมายถึงคุณจะต้องคุมเกมบนเตียงตลอดเวลา"ถึงแม้ว่าคุณจะเป็นสาวหงิมๆเรียบร้อยก็ใช้ตรงนี้มาเป็นเซ็กส์ให้สามีเกิดความต้องการในตัวคุณได้เหมือนอย่างอนาสตาเซียที่ดูเรียบร้อยแต่อ่อยมิสเตอร์เกรย์อยู่ไม่น้อยนะจ้ะไปดูที่ข้อความที่เธอแชทคุยกับคริสเตียนเกรย์แล้วจะรู้ว่าเธอก็ร้ายเงียบไม่เบาเลย


 
3.ต้องรู้จักดูแลตัวเองให้สวยแซ่บอยู่เสมอ

เขาบอกว่าความรักทำให้คนสวยขึ้นก็จริงค่ะแต่ต้องไม่หยุดสวยด้วยไม่ว่าคุณจะมีสามีแต่งงานมีลูกแล้วก็ตามเพราะการดูแลตัวเองและรูปร่างให้ฟิตแอนเฟิร์มอยู่เสมอไม่เพียงแต่จะทำให้คุณดูมีเสน่ห์จนสามีหวงแต่ยังสัมพันธ์กับอารมณ์ความต้องการทางเพศ

ในเรื่องFiftyShadesofGreyมีสัญญาทั้งสิ้น25ข้อที่เกรย์ต้องการให้อนาสตาเซียเซ็นยินยอมหนึ่งในนั้นคือเธอออกกำลังกายดูแลรูปร่างเพื่อให้เธอแข็งแรงและพร้อมกับเซ็กส์ที่ยาวนานและหนักหน่วงของเขาอยู่เสมอ(เกรย์เป็นคนหนุ่มที่ออกกำลังกายทุกเช้างั้นไม่ต้องแปลกใจทำเขาถึงฟิตขนาดนั้น)ซึ่งอนาสตาเซียเองหลังจากมีความรักกับเศรษฐีหนุ่มก็สวยขึ้นผิดหูผิดตาทีเดียว

 

 


4.ชีวิตคู่คือการเติมเต็มความไม่เพอร์เฟคของกันและกัน

มิสเตอร์เกรย์ถึงจะเป็นมหาเศรษฐีหนุ่มหล่อหน้าตาดีที่มีความเพอร์เฟคในภายนอกทุกอย่างแต่ภายในจิตใจเขากับไม่ใช่คนเพอร์เฟคแต่ด้วยความที่เป็นบทภาพยนตร์ผู้กำกับต้องกระชับเนื้อหาเอาแต่เมนหลักและจุดขายของเรื่องทำให้ความรักของเกรย์และอนาสตาเซีย

ในเรื่องFiftyShadesดูจะให้ความสำคัญกับเรื่องเซ็กส์เสียเป็นส่วนใหญ่แต่ถ้าใครได้อ่านวรรณกรรมฉบับนิยมมาถึงตอนสุดท้ายจะเข้าใจว่าทำไมเกรย์ถึงรักอนาสตาเซียและอนาสตาเซียจึงขาดมิสเตอร์เกรย์ไม่ได้ไม่ใช่ว่าเพราะเงินความโก้หรูหรือเพราะเซ็กส์ที่เริ่มจะคล้ายกันขึ้นเรื่อยๆแต่เพราะทั้งคู่สามารถเติมเต็มความไม่เพอร์เฟคของกันและกันได้อย่างลงตัวต่างฝ่ายต่างก็แคร์ความรู้สึกของอีกฝ่ายสามารถเปลี่ยนตัวเองเพื่ออีกฝ่ายได้ถ้ามันจะทำให้ชีวิตคู่ยืนยาวและรักกันไปนานๆเขาและเธอก็พร้อมเปลี่ยนแม้จะค่อยๆเริ่มที่ละเล็กละน้อยแบบที่อีกฝ่ายไม่รู้ตัวเลยก็ตาม

ถึงหนังจะเป็นเรื่องอื้อฉาวที่ทำเอาหลายๆคนสายหน้าและไม่สนใจแต่ข้อคิดจากในหนังเรื่องนี้ก็ถือเป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ๆให้คู่รักคู่แต่งงานได้มีข้อคิดดีๆมีทัศนคติใหม่ๆรู้จักเปิดใจแล้วนำเอาไปปรับใช้กับการดำเนินชีวิตคู่ให้ชีวิตแต่งงานไม่จืดจางก็ถือเป็นอีกแนวทางของการดูหนังให้เกิดประโยชน์ได้เช่นกัน



ขอบขอบคุณข้อมูลจาก:sanook.com/
แสดงความคิดเห็น
ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ข่าวล่าสุด