Facebook Twitter Google plus Line
แชร์ด่วน! 10 อาหารเพิ่มปริมาณอสุจิ
Post by : monnyboy   Date : 08 ม.ค. 62 18:01   Views : 7,185
Facebook Twitter Google plus Line
แชร์ด่วน! 10 อาหารเพิ่มปริมาณอสุจิ
เมื่อถึงเวลาที่อยากจะมีลูกหลังพยายามแล้วพยายามอีกก็ยังไม่มีวี่แววหนุ่มๆก็คงมาคิดเรื่องเจ้าเชื้ออสุจิกันว่าเราเชื้อแข็งแรงหรือเปล่าปริมาณของพวกมันเพียงพอมั๊ยแค่ไหนถึงจะจัดว่าอยู่ระดับปกติผู้เชี่ยวชาญบอกว่าโดยทั่วๆไปจำนวนอสุจิหรือที่เรียกว่าSpermcountนั้นจะอยู่ในระหว่าง15ล้านถึงมากกว่า200ตัวต่อน้ำอสุจิ1มิลลิลิตรแน่นอนว่าในการหลั่งแต่ละครั้งก็มากโขอยู่แต่ทั้งนี้หากใครที่มีSpermcountน้อยกว่า15ล้านตัวต่อน้ำอสุจิ1มิลลิลิตรหรือน้อยกว่า39ล้านตัวต่อหนึ่งการหลั่งก็ถือว่ามีน้อย








อย่างไรก็ตามการมีSpermcountน้อยนั้นไม่ได้หมายความว่าคุณบกพร่องต่อภาวะการเจริญพันธุ์เพราะผู้ชายจำนวนไม่น้อยที่เป็นเช่นนี้แต่ก็สามารถมีลูกได้Dr.SethCohenผู้ช่วยศาสตราจารย์ของUrologyandOBGYNจากศูนย์การแพทย์NYULangoneบอกว่าถ้าคุณพยายามแล้วแต่ไม่สำเร็จก็ยังไม่ต้องรีบไปนับจำนวนอสุจิเพราะนั้นยิ่งทำให้เครียดทางที่ดีควรดูแลสุขภาพและรับประทานอาหารที่ถูกต้องการที่เรามีสุขภาพดีและรับประทานอาหารที่ดีก็ทำให้อสุจิของเราแข็งแรงขึ้นด้วยและอาหารทั้ง10ชนิดต่อไปนี้นับว่าเหมาะอย่างยิ่งที่จะช่วยเพิ่มปริมาณและทำให้อสุจิแข็งแรง





-หอยนางรม:หลายๆคนทราบกันมาแล้วว่าหอยนางรมนั้นช่วยกระตุ้นอารมณ์เพศแต่ไม่ใช่เพียงแค่นั้นหอยนางรมมีธาตุซิงค์ที่ช่วยเพิ่มการผลิตอสุจิและเพิ่มโอกาสให้อสุจิสามารถเข้าไปผสมกับไข่ผู้หญิงได้ธาตุซิงค์นี้ยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับระบบการหลั่งน้ำอสุจิอีกด้วยทำให้อสุจิรอดอยู่ได้นานขึ้นหอยนางรมนี้เหมาะทั้งสำหรับชายและหญิงเพราะมีโปรตีนสูงมีวิตามินทั้งดีซีและบี12นอกจากนั้นยังมีธาตุเหล็กทองแดงและเซเลเนียมอีกด้วย

-ไข่:ส่วนใหญ่เราก็รับประทานไข่กันเป็นประจำอยู่แล้วโดยเฉพาะคนที่ต้องการสร้างกล้ามเนื้อยิ่งไปกว่านั้นไข่ยังเป็นสิ่งที่สำคัญต่อการมีลูกอีกด้วยไข่นั้นอุดมไปด้วยโปรตีนและยังมีวิตามินอีช่วยบำรุงรักษาเนื้อเยื่อของลูกอัณฑะไม่ให้เสื่อมรวมทั้งยังเพิ่มปริมาณอสุจิเสริมศักยภาพของภาวะเจริญพันธุ์

-มะเขือเทศ:มะเขือเทศสีแดงสดนั้นนอกจากจะทำให้จานอาหารของเราดูสวยงามน่ารับประทานแล้วยังมีไลโคปีนที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้การการเจริญพันธุ์และยังมีการศึกษาพบว่าไลโคปีนนั้นช่วยเพิ่มจำนวนเชื้ออสุจิได้ถึง70เปอร์เซนต์ทำให้ตัวอสุจิว่ายเร็วขึ้นลดปริมาณอสุจิที่ไม่ปกติและยังลดความเสี่ยงของมะเร็งต่อมลูกหมากได้อีกด้วย






-ดาร์คช็อคโกแล็ต:หลายคนคงเคยได้ยินคำกล่าวที่ว่าผลเบอรี่ยิ่งมีสีเข้มมากเท่าไหร่ก็ยิ่งมีรสหวานดาร์คช็อคโกแล็ตก็เช่นกันยิ่งเข้มยิ่งมีประโยชน์มีการพิสูจน์แล้วว่าการรับประทานดาร์คช็อคโกแล็ตนั้นช่วยเพิ่มปริมาณน้ำอสุจิที่หลั่งออกมาให้มากขึ้นตัวอสุจิก็ว่ายได้ดีขึ้นนอกจากนั้นดาร์คช็อคโกแล็ตยังดีต่อหัวใจช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจได้ด้วย

-แซลมอน:มีกรดไขมันโอเมก้า3มีDHAซึ่งช่วยทำให้ตัวอสุจิแข็งแรงขึ้นจากการศึกษาของมหาวิทยาลัยอิลินอยด์เมื่อปี2012ก็พบว่าการรับประทานดาร์คช็อคโกแล็ตทำให้อสุจิมีหางยาวขึ้นว่ายได้ดีขึ้นนอกจากนั้นแซมลอนยังเป็นแหล่งอาหารสำคัญที่มีทั้งโปรตีนธาตุโปรตัสเซียมและวิตามินบี

-บลูเบอรี่:รวมทั้งผลเบอรี่อื่นๆอย่างราสเบอรี่สตอเบอรี่และแบล็คเบอรี่ผลไม้เหล่านี้มีวิตามินซีซึ่งมีความสำคัญต่อการเคลื่อนไหวและสุขภาพของอสุจิวิตามินซีช่วยสร้างกรดอะมิโนซึ่งสำคัญต่อการผลิตอสุจินอกจากนั้นยังมีไฟเบอร์ที่ช่วยลดไขมันในเลือดแถมยังเป็นผลไม้ที่มีรสชาติอร่อยอีกด้วย






-กระเทียม:หลายๆคนไม่ยอมรับประทานกระเทียมเพราะกลัวกลิ่นฉุนของมันจะติดปากแต่ควรทราบว่ามันเป็นสุดยอดอาหารที่มีทั้งเซเลเนียมและวิตามินบี6ที่ช่วยทำให้อสุจิมีสุขภาพแข็งแรงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการไหลเวียนของเลือดและแน่นอนว่าเลือดจะไปเลี้ยงบริเวณอวัยวะเพศได้ดีทำให้การหลั่งออกไปนั้นดีและมีประสิทธิภาพด้วยเช่นกัน

-ถั่ว:ถั่วต่างๆรวมไปถึงเมล็ดฟักทองช่วยให้ผู้ชายมีความสมบูรณ์ในภาวะการเจริญพันธุ์ถั่วอย่างพวกอัลมอนและวอลนัทมีแอล-อาจินินล์ที่ช่วยในการผลิตอสุจิไม่เพียงแค่นั้นยังมีโปรตีนโอเมก้า3ซิงค์และวิตามินอีซึ่งช่วยทั้งเรื่องปริมาณและสุขภาพของอสุจิ

-เนื้อวัว:ในช่วงที่ต้องการจะมีลูกเนื้อวัวนั้นเป็นอาหารที่ไม่น่าพลาดเพราะช่วยทั้งในเรื่องของการผลิตอสุจิและการทำให้อสุจิแข็งแรงมีการศึกษาจากEuropeanAcademyofAndrologyพบว่าผู้ชายที่รับประทานเนื้อวัวอสุจิมีความเข้มข้นและมีการเคลื่อนไหวที่ดีด้วย

-น้ำ:สิ่งสุดท้ายที่ขาดไม่ได้เลยและมีความสำคัญที่สุดก็คือน้ำน้ำช่วยเราได้ตั้งแต่การลดน้ำหนักเพิ่มประสิทธิภาพให้ระบบภูมิคุ้มกันช่วยรักษาอาการปากแห้งช่วยป้องกันภาวะขาดน้ำและที่สำคัญช่วยในการผลิตอสุจิดังนั้นถ้าหากต้องการให้โอกาสในการมีลูกสำเร็จมากขึ้นก็ต้องไม่ขาดน้ำ


ขอบคุณข้อมูลจาก:.sanook.com
แสดงความคิดเห็น
ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ข่าวล่าสุด